เก้งหม้อ

เก้งหม้อ สัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

เก้งหม้อ หรือ กวางเขาจุก หรือ เก้งดำ หรือ เก้งดง (อังกฤษ: Fea’s muntjac, Tenasserim muntjac; ชื่อวิทยาศาสตร์: Muntiacus feae) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับสัตว์กีบคู่จำพวกกวาง มีลักษณะคล้ายเก้งธรรมดา (M. muntjac) ต่างกันที่เก้งหม้อจะมีขนบริเวณลำตัวที่เข้มกว่าใบหน้า มีสีน้ำตาลเข้มบริเวณกระหม่อมและโคนขา มีสีเหลืองสดด้านล่างของลำตัว มีสีน้ำตาลอ่อนขาทั้ง 4 ข้าง มีสีดำจึงเป็นที่มาของอีกชื่อสามัญที่เรียกว่า เก้งดำ ด้านหน้าด้านหลังมีสีขาวเห็นได้ชัดเจน หางสั้นหางด้านบนมีสีเข้มแต่ด้านล่างมีสีขาว ใบหูไม่มีขน มีต่อมน้ำตาใหญ่ยาวปลายด้านหนึ่งชี้ไปที่ลูกตา มีขอบนูนสูง เก้งหม้อตัวผู้มีเขี้ยวยาวไว้ใช้ต่อสู้ เขี้ยวโค้งออกด้านหน้าเช่นเดียวกับเก้งทั่วไป มีเขาเฉพาะตัวผู้เขาของเก้งหม้อสั้นกว่า เก้งธรรมดาผลัดเขาปีละ 1 ครั้ง เก้งหม้อตัวผู้มีเขาสั้นเขาแต่ละข้างมี 2 กิ่ง กิ่งหน้าสั้นกว่ากิ่งหลัง โคนเขามีขนดำหนารอบระหว่างโคนเขา มีขนสีเหลืองฟูเป็นกระจุก จึงมีชื่ออีกชื่อว่า กวางเขาจุก มีความยาวลำตัวและหัว 88 เซนติเมตร ความยาวหาง 10 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 22 กิโลกรัม

ลักษณะนิสัยและอาหาร

เก้งหม้อในฤดูผสมพันธุ์จะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวตั้งท้องนาน 6 เดือนออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกเก้งจะซ่อนอยู่ในพุ่มไม้และจะเริ่มออกจากที่ซ่อนเมื่อเริ่มเดินตามแม่ได้ เกรงหม้ออาศัยอยู่ในป่าที่มีความชื้นสูง เช่น บริเวณหุบเขาหรือป่าดิบชื้นใกล้แหล่งน้ำ แต่เก้งหม้อจะอดน้ำได้ไม่เก่งเท่าเก้งธรรมดา เก้งหม้อจะออกหากินตอนกลางวันไปจนถึงช่วงเย็นหรือพลบค่ำ ออกหาอาหารตามลำพัง แต่ในบางครั้งอาจพบอยู่เป็นคู่หรือเป็นฝูงเล็กๆตามพื้นที่เปิดโล่งระหว่างแหล่งน้ำ จะกินหญ้าใบไม้และผลไม้ที่ตกบนพื้น เช่น ผลสมอ มะม่วงป่า มะขามป้อม และเต๋า เป็นต้น 

สาเหตุหลักที่ทำให้เก้งหม้อใกล้สูญพันธุ์

เก้งหม้อ สัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จนถึงฉบับปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2565 เป็นสัตว์ป่าสงวน 20 ชนิดของไทย โดยปัจจัยที่ทำให้เก้งหม้อใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ การล่าเพื่อเอาเนื้อและเขา การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และการถูกล่าโดยสัตว์นักล่า เช่น เสือ หมาป่า และงู 

เก้งหม้อเป็นสัตว์ที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่าเหลือเพียงตัวเดียวในโลกที่เหลือที่สวนสัตว์ดุสิต มีการกระจายพันธุ์ในภาคใต้ของพม่ามาเลเซีย ภาคตะวันตกและภาคใต้ของไทย เก้งหม้ออาศัยอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรีชายแดนไทย-พม่า ในประเทศไทยพบที่จังหวัดตากราชบุรี สุราษฎร์ธานี ไม่พบในคาบสมุทรมลายู แต่คาดว่าน่าจะพบในลาว และเวียดนาม มักพบอยู่ในป่าดิบทึบบนภูเขาในประเทศจีน พบอยู่ในป่าบนภูเขาที่มีป่าสนกับป่าพืชใบกว้างหรือป่าไม้พุ่มผสมกันที่ระดับความสูง 2,500 ม. คาดว่าประชากรของเก้งหม้อมีจำนวนน้อยมาตั้งแต่ครั้งในอดีตแล้ว ยิ่งในปัจจุบันเก้งหม้อประสบปัญหามากขึ้น ทั้งจากการล่าเพื่อนำไปทำอาหารและที่อยู่อาศัยถูกทำลาย ป่าที่อยู่ของเก้งเมื่อหลายพื้นที่ได้สูญหายไปตลอดกาลจากการสร้างเขื่อนหลายแห่ง ประชากรที่น้อยอยู่แล้วจึงยิ่งน้อยลงไปอีกจนกลายเป็นสัตว์หายากในหลายพื้นที่ทั่วโลกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง 

เก้งหม้อเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เนื่องจากเป็นสัตว์กินพืชขนาดเล็กที่ช่วยควบคุมปริมาณพืชในป่า เก้งหม้อยังเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อมนุษย์ เนื่องจากเป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรคในบางวัฒนธรรม

สัตว์ป่าอื่นๆที่น่าสนใจ : กูปรีหรือโคไพร

โพสที่เกี่ยวข้อง